1/01/2012

ดอยม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ดอยม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

Mon Cham Camping Resort ม่อนแจ่มแคมป์ปิ้งรีสอร์ท

ม่อนแจ่มแคมป์ปิ้งรีสอร์ท

The best organic food I have ever have, my clients all said every dishes are very delicious and prices are quite cheap and reasonable. This place is very popular among Japanese Tourist

Chiangmai Hotel Recommendation and List

The King's Project is a foundation paid for by the King of Thailand to allow people to start up small enterprises which are community oriented. Many of these projects are in northern Thailand and are intended to encourage many of the hill tribe people to find other sources of income than from growing and harvesting opium poppies. This project was initiated more than 20 years ago.


One of the projects we visited was the Mon Cham camping resort not far from Manfred and Jaidieo's house. It is in the hills and has camping facilities in a very majestic site. There's hydro and water and a restaurant which serves food from the produce that is grown by this project. When we were there, a group of people from many other countries including Afghanistan, Uganda, Angola and Korea were visiting for lunch. They were studying the various methods of farming and the implementation of the King's Project

Mon Cham camping resort

ไปชมวิวบนยอดดอยที่ม่อนแจ่ม หรือจะไปนอนค้างคืนเคานต์ดาวน์ก็ไม่แปลก

ม่อนแจ่ม แจ่มชมชื่อจริงๆ กับยอดดอยที่นี่กับความประทับใจแรกเจอไม่เคยรู้มาก่อนเลยกับสถานที่ท่องเที่ยวชมวิวบนยอดดอยแห่งนี้ เดินทางก็ไม่ไกลมากออกจากเชียงใหม่ประมาณชั่วโมงเดียวก็ถึง ไปเที่ยวที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนกับภาพบรรยากาศที่จะได้เห็นที่ไกลสุดลูกหูลูกตา มีกระท่อมให้ได้นั่งเล่นชมบรรยากาศบนยอดดอยแห่งนี้ด้วย สามารถสั่งอาหารเครื่องดื่มมาบริการได้อีกต่างหาก สะดวกสบายกับธรรมชาติที่มาพร้อมความสะดวกสบายใจ..กระเป๋าก็สบายๆ

เดินทางด้วย Taxi ติดต่อ 081 617 2116 พงศ์ศักดิ์...อาหารอร่อยมากบวกกับผักสดๆ ปราศสารพิษ ฝีมือขาวดอยแต่อบรมโดย Chef ญี่ปุ่น ไปมาหลายครั้งมาก เสียดายมีแต่ลูกค้าต่างชาติทั้งนั้น คนไทยน้อยจัง น่าเสียดายจริงๆ





ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวม่อนแจ่ม ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย
ยอดดอยม่อนแจ่ม อยู่ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมาถึงที่นี่เดินไปไม่ไกลจากที่จอดรถ ก็จะสามารถมองเห็นวิวบริเวณโดยรอบ จากจุดที่เรายืนอยู่ ยอดยอดม่อนแจ่ม มีพื้นที่ไม่มากไม่มายอ่ะไร สามารถเดินชมได้จนทั่วได้อย่างสบายมีร้านค้าไว้คอยให้บริการ นั่งดื่มกาแฟ หรือจะทานอาหาร แล้วชมวิวไปพลางก็น่าจะมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

จุดชมวิวของดอยม่อนแจ่มหลักๆ ก็จะสามารถมองไปได้สองด้าน ด้านหนึ่งก็จะเป็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆ ของโครงการหลวง ซึ่งจะปลูกอะไรก็จะเป็นช่วงๆ ที่เหมาะแก่การปลูกตามฤดูกาล อย่างช่วงที่มาเที่ยวครั้งนี้ที่เห็นหลักๆ เป็นหน้าเป็นตาเลยก็คือ สตอเบอรี่ และองุ่น

มาเที่ยวที่นี่สิ่งที่น่าสนใจเลยก็คือการมาพักแรม ซึ่งจะมีกระท่อม ทำจากไม้จำพวกไผ่ มุงหลังคาด้วยหญ้าคา เป็นหลังๆอยู่โดยรอบๆบริเวณ ทำไว้ให้เช่าสำหรับนักท่องเที่ยว มีห้องน้ำในต้ว หรืออยากกางเต้นท์ก็มีสถานที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ อาหารการกินก็มีไว้คอยให้บริการ หรือจะพกกันไปทำเองก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

ถัดกันในบริเวณใกล้ๆ มีเนินเขาที่เหมาะแก่การไปชมวิวอีกที่หนึ่งก็คือ ม่อนล่อง แต่ช้าก่อน ไม่ใช่ว่าทุกคนก็ไปได้น่ะครับ เหมาะกับคนที่ขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อมากกว่า หรือกระบะสองล้อก็พอใหว แต่รถเก๋งอย่าเลย มอไซต์ใจลุยก็ถึงครับ




รูปบนเป็นวัดโลกโมฬี โบสถ์ทำจากไม้สัก อยู่ใกล้ประตูช้างเผือก หันหน้าวัดสู่คูเมือง...พาเที่ยว 081 617 2116


การเดินทางไปท่องเที่ยวม่อนแจ่ม ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย

เดินทางออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางสายแม่ริม ไปตามถนนหลวงหมายเลข 107 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร จะเจอสามแยกเลี้ยวซ้าย ไปตามทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม-สะเมิง เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหนึ่งของเชียงใหม่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ด้วยกัน) อีกประมาณ 30 กิโลเมตร ถามทางจากชาวบ้านแถวนี้ได้ครับ จะเป็นทางแยกทางด้านขวามือ แยกเข้าไปในหมู่บ้าน ผ่านหมู่บ้านไปไม่ไกลก็จะเจอครับ มีป้ายบอกตลอดทาง
ยานพาหนะที่ใช้ ก็น่าจะได้หมดครับ ขับขี่อย่างระมัดระวัง รับรองถึง..

















 เวสป้าคลาสสิค


ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

รูปส่วนตัว lungyai1123
ขอบคุณที่มาเวปสบายอุราและบ้านมหาสังคมแห่งการให้ การแบ่งปันและการเรียนรู้
-->

ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

Recommend Hotel List

Sawasdee PlaceMae Hong Son810 THBincl.
Mountain Inn Hotel & ResortMae Hong Son1050 THBincl.
Rooks HolidayMae Hong Son1290 THBincl.
Baiyoke ChaletMae Hong Son1300 THBincl.
Golden Pai & Suite ResortMae Hong Son1550 THBincl.
Imperial Mae Hong Son ResortMae Hong Son1560 THBincl.
Fern ResortMae Hong Son1750 THBincl.
Riverhouse ResortMae Hong Son, Mae Sariang1200 THBincl.
The Heart of Pai ResortMae Hong Son, Pai500 THBrecommend
Baan Pai VillageMae Hong Son, Pai650 THBincl.
Pai Tara ResortMae Hong Son, Pai800 THBincl.
Bulun Buri ResortMae Hong Son, Pai820 THBincl.
Pai Iyara ResortMae Hong Son, Pai880 THBincl.
Bura Lumpai ResortMae Hong Son, Pai1000 THBincl.
Pai Tree House ResortMae Hong Son, Pai1000 THBincl.
Pai Hotsprings Spa ResortMae Hong Son, Pai1200 THBincl.
Muang Pai ResortMae Hong Son, Pai1200 THBincl.
Yoma HotelMae Hong Son, Pai1290 THBincl.recommend
Phu Pai Art ResortMae Hong Son, Pai1650 THBincl.recommend
The QuarterMae Hong Son, Pai1750 THBincl.
Paicome Hide Away ResortMae Hong Son, Pai2150 THBincl.
Belle Villa ResortMae Hong Son, Pai2200 THBincl.
Montis ResortMae Hong Son, Pai2892 THBincl.


ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เคาต์ดาวน์ที่ไหนดีปีใหม่ 2555 นี้







:














 

 

 

 

 

 

 

 

 




ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

รูปส่วนตัว lungyai1123


แม่ฮ่องสอน ข้อมูลท่องเที่ยว การเดินทาง 
แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดชายแดนอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่ ติดกับประเทศพม่า สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนอยู่ในพื้นที่ราบแคบๆ ในหุบเขา แม่ฮ่องสอนแต่ก่อนเป็นเมืองปิด การเดินทางไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอนไปได้ด้วยความยากลำบาก จึงทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนดูเหมือนว่าอยู่ห่างไกลกลางป่าเขา ถึงแม้ปัจจุบันการเดินทางจะสะดวกสบายแต่การเดินทางไปแม่ฮ่องสอนจะต้องผ่านเส้นทางถนนที่โค้งไปโค้งมากว่า 1,864 โค้ง อีกทั้งถนนยังขึ้นเขาสูงชัน ต้องนั่งรถหัวสั่งหัวคอน กว่าจะถึงก็ทำเอาเมารถไปตามๆ กัน ปัจจุบันการเดินทางไปแม่ฮ่องสอนสะดวกสบายยิ่งขึ้นแต่ก็ต้องใช้เงินมากขึ้นคือการเดินทางโดยเครื่องบิน ใช้เวลาบินเพียง 35 นาทีก็ถึงแล้ว แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางภูเขา ดังนั้นแม่ฮ่องสอนจึงมี สถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย เช่น ถ้ำแก้วโกมล ที่ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่ขาวเหมือนเกล็ดน้ำแข็ง เหมือนปุยหิมะ เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen มีเพียงถ้ำเดียวของไทยที่มีลักษณะเด่นและสวยงาม สถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของ แม่ฮ่องสอน ก็คือ ทุ่งบัวตอง มีให้ชมกันสองแห่งคือ ทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะ และ ทุ่งบัวตอง ที่ดอยแม่อุคอ จะออกดอกสวยงามในช่วงเดือนพฤศจิกายน - 3 ธันวาคม ของทุกปี แม่ฮ่องสอนยังมี สถานที่ท่องเที่ยว อีกมากมาย เช่น ปางอุ๋ง หลายท่านเรียก ปางอุ๋ง ว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย รายละเอียดเป็นยังไงลองคลิกเข้าไปชมรายละเอียดจากลิ้งข้างล่างได้เลย กะเหรี่ยงคอยาว เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ สถานที่ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ยังมีอีกเยอะแยะ เช่น ถ้ำลอด น้ำตกผาเสื่อ ภูโคลน ถ้ำปลา และ ปาย เฉพาะที่ปายเพียงอำเภอเดียวก็มีที่เที่ยวน่าสนใจมากมาย ปายมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง อยากรู้ถามพอลล่าดูซิ หรือคลิกอ่านจากลิ้งข้างก็ได้ 

สถานที่ท่องเที่ยว ประเภทวัดวาอารามและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของ แม่ฮ่องสอน ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ พอบอกว่าเที่ยววัดวาอาราม หลายคนร้องยี้ ไม่เอาไม่ชอบเที่ยววัด วัดที่แม่ฮ่องสอนไม่เหมือนที่อื่นๆ เป็นวัดแบบศิลปะมอญพม่าที่สวยงาม วัดจองคำ-จองกลาง เป็นวัดที่สร้างด้วยลวดลายที่สวยงาม วัดพระธาตุดอยกองมู ก็เป็นวัดที่มีเจดีย์แบบมอญ วัดหัวเวียง ก็เป็นวัดที่สวยงาม และยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่น่าไปกราบไหว้อีกด้วย ไปเที่ยววัดเพื่อกราบไหว้ก็ได้ หรือจะไปวัดเพื่อถ่ายรูปก็ได้ รายละเอียดตามที่ลิ้งไว้ด้านล่างเลือกคลิกอ่านกันตามสบายครับ 

ความอยาก..คือที่มาของกระทู้นี้และขอบคุณพื้นที่บ้านมหาที่ทำให้ได้มอบแต่สิ่งดีดี

วันตรุษจีน 2555 chinese new year 2012


เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2555 ตรงกับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555

chinese new year 2011


“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ”


ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย
ความรู้เกี่ยวกับ “วันตรุษจีน”

นับเป็นประเพณีนิยม ในวันตรุษจีน ที่เป็นวันขึ้นปีใหม่ของชนชาติจีนแผ่นดินใหญ่และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน นั่นแสดงว่าเป็นสัญญาณอันดีที่จะมีงานรื่นเริง การสวมใสเสื้อสีแดงสด อันเป็นสีที่เป็นศิริมงคลของพี่น้องชาวจีน อาจจะบอกดว่าเป็นวันครอบครัว ที่จะได้พบปะสังสรรค์ กินเลี้ยงอย่างมีความสุข
…อันเป็นวันที่เปี่ยมไปด้วยการให้ทาน การทำบุญทำกุศล หรือแม้กระทั่งที่วัดจีนประชาสโมสร ก็มีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ทำทานในวันขึ้นปีใหม่ นำมาซึ่งความปิติ-มีความสุขเปี่ยมล้น มีผลทำให้มีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต ทำงาน-ค้าขายให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป…

http://www.bloggang.com/data/saladang/picture/1171699155.gif
เทศกาลจีนมีอยู่มากมาย ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน ในปีนี้ตรงกับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ทุกคนต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่างหยุดงาน โรงเรียนสถาบันการศึกษาต่างปิดเทอมในช่วงนี้ เป็นปิดเรียนฤดูหนาว ยกเว้นคนที่ต้องทำหน้าที่ไม่สามารถหยุดงานได้ หน่วยงานห้างร้านต่างก็หยุดงาน 3-4 วัน เมื่อใกล้วันปีใหม่จีน ผู้คนต่างก็มีการตระเตรียมงานปีใหม่ ภายในครอบครัว ุกบ้านก็จะทำความสะอาดบ้านเรือน ผ่านปีใหม่อย่างสะอาดสะอ้านสดใส ร้านค้าห้างสรรพสินค้าต่างก็เติมไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก่เด็กๆ ซื้อของขวัญให้แก่ญาติสนิทมิตรสหาย ซื้อบัตรอวยพร ในตลาดก็คราคร่ำไปด้วยผู้คน ต่างเดินไปเดินมากันขวักไขว่ ซื้อปลาบ้าง ซื้อเนื้อสัตว์บ้าง ซื้อเป็ดไก่บ้าง ทุกคนต่างดูแจ่มใสมีความสุข ช่วงเทศกาลปีใหม่ เด็กๆต่างมีความสุขมาก ต่างสวมเสื้อใหม่ ทานลูกกวาดขนมหวาน เล่นพลุประทัดอย่างรื่นเริง
คืนก่อนวันปีใหม่ คือวันสุดท้ายของปีนั่นเองเป็นคืนที่ครึกครื้นที่สุด ใครที่ไปทำงานห่างจากบ้านเกิด ต่างก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลับมาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ตอนกินอาหารมื้อค่ำคืนก่อนขึ้นปีใหม่จีน ทุกคนในครอบครัวต่างนั่งกันพร้อมหน้าล้อมโต๊ะอาหาร ต่างชนแก้วอวยพรปีใหม่กัน ทานมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว บางคนก็ดูทีวี บางคนก็ฟังเพลง บางคนก็นั่งคุยกัน บางคนก็เล่นหยอกล้อกับเด็กๆ บ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ พอถึงเที่ยงคืน คนจีนทางเหนือก็จะเริ่มทำเกี๊ยว (เจี้ยวจึ) คนจีนทางใต้ ก็จะปั้นลูกอี๋ทำน้ำเชื่อม ทำไป ชิมไปทานไป ครึกครื้นอย่างยิ่ง เช้าวันรุ่งขึ้นแต่เช้า ทุกคนจะตื่นแต่เช้า เยี่ยมเพื่อนบ้าน เพื่อนฝูงอวยพรปีใหม่

ประวัติวันตรุษจีน หรือปีใหม่จีน


ประวัติของวันขึ้นปีใหม่ของจีน มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในวัฒนธรรมอื่นๆ ความปรารถนาสิ่งที่เราหวังว่าจะได้ปรับปรุง หรือที่เราคิดทำเมื่อเริ่มต้นในปีใหม่ มาถึงตอนนี้ ถ้าไม่ถูกลืมก็ถูกยัดลงกล่องใส่ตู้ปิดตายและแปะหน้าตู้ว่าไม่แน่ เอาไว้ทำปีหน้าแล้วกันอย่างไรก็ดี ความหวังก็คงยังไม่สูญไปทั้งหมดเพราะโอกาสที่สองกำลังมาถึงแล้ว กับการฉลองวันปีใหม่จีนหรือที่เรารู้จักกันว่า ตรุษจีนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ นั้นเอง
ตรุษจีน นั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ร่องรอยของประเพณี และพิธีกรรมความเป็นมาของการฉลองตรุษจีน นั้นมีมานานกว่าศตวรรษ จริงๆแล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร เป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวัน คริสต์มาสของประเทศตะวันตก) เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, สิ่งต่างๆ เพื่อประดับบ้านเรือน, อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูก ทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่างหน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้าย ออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณทาสีใหม่ซึ่งสีแดงเป็นสีนิยม ประตูหน้าต่างจะถูก ประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืนเป็นต้น
วันก่อนวันตรุษจีน นั้นเป็นวันแห่งการการรอคอยจะว่าไปถือวันที่น่าตื่นเต้น มากที่สุด ในบรรดาการฉลองทั้งหมดเห็นจะได้ ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ นั้นผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเสื้อผ้า อาหารค่ำนั้นประกอบด้วยอาหารทะเล และอาหารนึ่งเช่นขนมจีบ ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความหมายต่างๆกัน อาหารอันโอชะอย่างเช่นกุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาร่ายดูคล้ายผมแต่กินได้จะนำความความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร และเป็นธรรมดาเสื้อผ้าที่ใส่สีแดง ถือเป็นสีที่เป็นมงคลเป็นการไล่ปีศาจร้าย ให้ออกไป และการใส่สีดำหรือขาวเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ หลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวนั่งกันจนเช้า เพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือ ไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง
เมื่อถึงวันตรุษจีน ประเพณีตั้งแต่โบราณมาเรียกว่า อังเปา ซึ่งหมายถึง กระเป๋าแดง เป็นการที่คู่แต่งงานให้เงินเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคน ในครอบครัว ต่าง ออกมาเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ เริ่มจากญาติๆ แล้วต่อด้วยเพื่อนบ้าน ซึ่งคงคล้ายกับการที่ชาวตะวันตกพูดว่า
“Let bygones be bygones” (อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป) ในวันตรุษนี้ อารมณ์โมโหโกรธาจะถูกลืม และไม่สนใจ การฉลองวันตรุษจีนสิ้นสุดลงในงานโคมไฟ ซึ่งฉลองโดยการร้องเพลง เต้นรำ และงานแสดงโคมไฟ ถึงแม้ว่าการฉลองวันตรุษจีน จะมีแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การอวยพร ความสงบ และความสุขให้กับคนในครอบครัวและเพื่อนทุกคน

อาหารไหว้เจ้า
http://www.foodstylist.co.th/web/file-lib/picmedia/image/Resize%20of%20123.jpg

ในวันฉลองตรุษจีน อาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหนๆในปี อาหารชนิดต่างๆที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณี จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้ว ในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่เรียกว่า ไช่ ถึงแม้ผักชนิดต่างๆที่นำมาปรุง จะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้นใย หลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆมีความ หมายที่เป็น มงคลในตัวของมัน
เม็ดบัว – มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
เกาลัด – มีความหมายถึง เงิน
สาหร่ายดำ – คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง – คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
หน่อไม้ – คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่ง เป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์
อาหารอื่นๆ รวมไปถึงปลาทั้งตัว เพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดม- สมบรูณ์ และไก่สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ เส้นหมี่ก็ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว
ทางตอนใต้ของจีน จานที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ทางเหนือ หมั่นโถ และติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยม อาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน

ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่
หากคุณร้องไห้ในวันปีใหม่ คุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน
การแต่งกายและความสะอาด ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผมเพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออก ไป เสื้อผ้าสีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี เด็ก ๆ และคนโสด เพื่อรวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี
วันตรุษจีนกับความเชื่ออื่น ๆ สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้านและทางที่จะไปเพื่อ เป็นความเป็นสิริมงคล
บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี
การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษ ถือเป็นโชคร้ายดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก
ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษเพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมาแต่ทุกคนก็ ยังคงยึดถือ และปฎิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีน ตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อนเป็นการแสดงถึงความเป็น ครอบครัวและเอกลักษณ์ ของตน

15 วันแห่งการฉลองตรุษจีน

วันแรกของปีใหม่ เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก หลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการต่ออายุและนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้ กับตน
วันที่สอง ชาวจีนจะไหว้บรรพชนและเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับสุนัข เลี้ยงดูให้ข้าวอาบ น้ำให้แก่มัน ด้วยเชื่อว่า วันที่สองนี้เป็นวันที่สุนัขเกิด
วันที่สามและสี่ เป็นวันของบุตรเขยที่จะต้องทำความเคารพแก่พ่อตาแม่ยายของตน
วันที่ห้า เรียกว่า พูวู ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้านเพื่อต้อนรับการมาเยือน ของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ในวันนี้จะไม่มีใครไปเยี่ยมใครเพราะจะถือว่าเป็นการนำโชคร้าย มาแก่ทั้งสองฝ่าย
วันที่หก ถึงสิบชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของ ครอบครัว และไปวัดไปวาสวดมนต์เพื่อความร่ำรวยและความสุข
วันที่เจ็ด ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวนานำเอาผลผลิตของตนออกมาชาวนาเหล่านี้จะทำน้ำที่ทำ มาจากผักเจ็ดชนิดเพื่อฉลองวันนี้ วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิด ของมนุษย์ในวันนี้อาหารจะเป็น หมี่ซั่วกินเพื่อชีวิตที่ยาวนานและปลาดิบเพื่อความสำเร็จ
วันที่แปด ชาวฟูเจียน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์
วันที่เก้า จะสวดมนต์ไหว้และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้
วันที่สิบถึงวันที่สิบสอง เป็นวันของเพื่อนและญาติๆ ซึ่งควรเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น และหลังจากที่ทานอาหารที่อุดมไปด้วยความมัน วันที่สิบสามถือเป็นวันที่เราควรทานข้าวธรรมดากับผักดองกิมกิ ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย
วันที่สิบสี่ ความเป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟซึ่งจะมีขึ้น ในคืนของวันที่สิบห้าแห่งการฉลองตรุษจีน
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.lib.ru.ac.th
http://www.jabchai.com/

ตลาดสามชุก หรือสามชุกตลาดร้อยปี


ตลาดสามชุก, แผนที่ตลาดสามชุกตลาดร้อยปี, จังหวัดสุพรรณบุรี

ประวัติ และความเป็นมา ตลาดสามชุก


“สามชุก เป็นเมืองเล็กๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดย ในอดีตสามชุกคือแหล่งที่ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทย จีน มอญ ฯลฯ มามีสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะของการแลกเปลี่ยน และซื้อขายสินค้า จนพัฒนาไปสู่ การลงหลักปักฐาน สร้างเมืองที่มั่นคงขึ้นมาตาม ประวัติของเมืองสามชุก กล่าวไว้ว่า ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2437 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมชื่ออำเภอ “นางบวช” ตั้งอยู่บริเวณ ตำบลนางบวช โดยมีขุนพรมสภา (บุญรอด) เป็นนายอำเภอคนแรก ซึ่งยังมีภาพถ่ายปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบัน

แนะนำโรนงแรมที่สุพรรณบุรี

Khum Suphan HotelSuphanburi900 THB incl.
Vasidtee City HotelSuphanburi1500 THB incl.

http://www.bloggang.com/data/somsom/picture/1177290728.jpg
ตลาดสามชุก สามชุกตลาดร้อยปี

ต่อมาในปี 2457 ต้นรัชกาลที่ 6 ได้ย้ายอำเภอมาตั้งที่บ้าน “สำเพ็ง” ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญในสมัยนั้น จนกระทั่งปี 2481 สมัยรัชกาลที่ 8 ได้เปลี่ยนชื่อจาก “อำเภอนางบวช” มาเป็น “อำเภอสามชุก” และย้ายมาตั้ง อยู่ริมลำน้ำสุพรรณบุรี (ท่าจีน) ซึ่งแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านคลอง มะขามเฒ่า
แต่เดิมบริเวณที่ตั้งอำเภอสามชุกเรียกว่า “ท่ายาง” มีชาวบ้านนำของป่าจากทิศตะวันตกมาค้าขายให้กับพ่อค้าที่เป็นชาวเรือ บ้างก็มาจากทางเหนือ บ้างก็มาจากทางใต้ เป็น 3 สาย จึงเรียกบริเวณที่ค้าขายนี้ว่า“สามแพร่ง” ต่อมาได้เพี้ยน เป็น สามเพ็ง และสำเพ็งในที่สุด ดังปรากฎหลักฐานกล่าวไว้ในนิทานพื้นบ้านย่านสุพรรณมีเรื่องกล่าวต่อไปว่า ในระหว่างที่คนมารอขายสินค้าก็ได้ตัดไม้ไผ่มาสานเป็นภาชนะสำหรับใส่ของขาย เรียกว่า “กระชุก” ชาวบ้านจึงเรียกว่า “สามชุก” มาถึงปัจจุบัน
อำเภอสามชุกเดิมมีพื้นที่ 774.9 ตารางกิโลเมตร ต่อมาในปี 2528 ได้มีการตั้งอำเภอหนองหญ้าไซ จึงแบ่งบางส่วนออกไป ยังคงเหลือเพียง 362 ตารางกิโลเมตร
http://www.thai-tour.com/thai-tour/Central/Suphanburi/images/samchuk/large-pic/post.jpg
ตลาดสามชุก สุพรรณบุรี
ตลาดสามชุก เป็นตลาดสำคัญในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญในอดีต ตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อถนนคือ เส้นทางจราจรทางบกที่เข้ามาแทนที่การเดินทางทางน้ำ ทำให้คนหันหลังให้กับแม่น้ำท่าจีน ความสำคัญของตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าริมน้ำเริ่มลดลง บรรยากาศการค้า ขายในตลาดสามชุกเริ่มซบเซา และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอก ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องหาทางปรับตัว และเมื่อราชพัสดุ เจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านเช่าที่ดินมายาวนาน ดำริจะรื้ออาคารตลาดเก่า สร้างตลาดใหม่
จึงทำให้ชาวบ้านพ่อค้าที่อยู่ในตลาดสามชุก ครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าตลาดเก่า รวมตัวเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ระดมความคิด หาทางอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ และหาทางฟื้นคืนชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใช้การท่องเที่ยวศึกษาวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ชุมชน เป็นเครื่องมือการพัฒนาอาคารไม้เก่าแก่ ในตลาดสามชุก ที่ก่อสร้างเป็นแนวตั้งฉากกับแม่น้ำท่าจีน เป็นสิ่งบอกให้รู้ว่าเป็นลักษณะของตลาดจีนโบราณ เป็นชุมชนชาวไทย-จีน ที่ยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน ลวดลายฉลุไม้ที่เรียกว่าลายขนมปังขิง ซึ่งเท่าที่พบในตลาดนี้มีถึง 19 ลาย คือ ศิลปะตกแต่งอาคารไม้โบราณ ที่หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน หากไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ก็ย่อมสูญหายไปเช่นเดียวกับตลาดโบราณอื่นๆนอก จากสถาปัตยกรรม อาคารไม้โบราณที่พบเห็นได้ตลอดแนวทางเดิน 2 ข้างทางเดินในตลาด วิถีชีวิตบรรยากาศภายในตลาดการค้าขายที่ยังคงรักษาวิถีแบบดั้งเดิมเช่นใน อดีต และบรรยากาศน้ำใจอัธยาศัยไมตรีของแม่ค้า ข้าวของเครื่องใช้ ขนมอาหารที่นำมาตั้งขายในตลาด เป็นสิ่งยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่จำลองมาเพื่อให้ผู้ชมได้ดูชั่วครั้งชั่วคราว แต่เหล่านี้คือ วัฒนธรรมที่สืบเนื่องจากอดีต บ่มเพาะมาเป็น 100 ปี
นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสได้ ไม่รู้เบื่อ อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้องอย่างไม่รู้ตัว และทำให้ตลาดสามชุก แห่งนี้ได้รับขนานนามว่าตลาด 100 ปี พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต

แผนที่ตลาดสามชุก หรือ สามชุกตลาดร้อยปี

http://gotoknow.org/file/sspdnong/sumchuk-map.gif
แผนที่ตลาดสามชุก สุพรรณบุรี
ขอบคุณข้อมูลจาก google.com, www.samchuk.in.th

สถานที่จัดงานพืชสวนโลก จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2554 (เปิดแล้ว)


ประชาสัมพันธ์ และแนะนำสถานที่การจัดงานพืชสวนโลกจังหวัดเชียงใหม่ 2554 วันที่ 14 ธ.ค.54 – 14 มี.ค.55
หลังจากงานพืชสวนโลกเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไปเที่ยวงาน ก็ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งจากต่างจังหวัด และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ผ่านไปสองวันผู้เข้ามาชมงานพืชสวนโลกไปแล้วกว่า 2 แสนคน
http://www.baanmaha.com
สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 กิจกรรมต่างๆจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่ 470 ไร่ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพืชสวนโลกประจำปี 2554 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2554 ไปจนถึง วันที่ 14 มีนาคม 2555 รวม 3 เดือน
แนะนำจุดบริการรถโดยสารทั้ง 19 จุด เพื่อเดินทางเข้าภายในงานพืชสวนโกล
ท่านสามารถติดต่อสอบถามการให้บริการเกี่ยวกับการเดินทางได้ที่ http://www.royalflora2011.com/2011/ติดต่อสอบถาม/ข้อมูลการเดินทาง/
Taxi ปรับอากาศ 250 บาทต่อคัน 4 คน, 300 บาทต่อคัน 5-8 คน
โทร 081 617 2116 พงศ์ศักดิ์
รายละเอียดจุดบริการรถโดยสารทั้ง19จุด

สถานที่ท่องเที่ยวเทศกาลปีใหม่ 2555 Countdown to New Year 2012


สถานที่ท่องเที่ยวเทศกาลปีใหม่ 2555

Night Paradise Hatyai Countdown 2012

งานพืชสวนโลกจังหวัดเชียงใหม่ 14 ธ.ค.54 – 14 มี.ค.55

Night  Paradise Hayai  Countdown 2012

วันจัดงาน : วันที่ 29 – 31  ธันวาคม 2554

สถานที่จัดงาน : ใจกลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา
กิจกรรม
ภายในบริเวณงานเน้นแสง สี เสียง ซึ่งเป็นไปในลักษณะกิจกรรมบันเทิงและรื่นเริงต่าง ๆ มีการตกแต่งประดับประดาสถานที่ให้สวยงาม  ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำของเมืองไทย การประกวดวงลูกทุ่ง รวมทั้งการแสดงจากสถานบันเทิง/หน่วยงานต่าง ๆ อีกมากมาย กิจกรรมการแสดงในรูปแบบต่างๆ
ร่วมพิธีเปิดสุดอลังการและขบวนแห่คาร์นิวัล ร่วมเฉลิมฉลองการนับถอยหลังสู่ปี 2012 (Countdown) กิจกรรม “สีสันเสน่หา” เป็นกิจกรรมบันเทิง บนถนนเสน่หานุสรณ์ในรูปแบบต่าง ๆ จากสถานบันเทิง และโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การออกร้านจำหน่ายสินค้าจากห้างร้านต่าง ๆ ,ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP, ร้านอาหารชื่อดัง ของอำเภอหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา มากกว่า 200 ร้านค้า
สอบถามรายละเอียด
ททท. สำนักงานหาดใหญ่ โทร. 0 7423 1055

บุญปีใหม่  ให้ทานไฟเมืองนคร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร


วันที่ 1 มกราคม 2555
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครศรีธรรมราช ร่วมกับชมรมรักบ้านเกิดนครศรีธรรมราช และพุทธสมาคมนครศรีธรรมราช กำหนดจัดงานบุญปีใหม่ ให้ทานไฟเมืองนคร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วันที่ 1 มกราคม 2555 เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีให้ทานไฟ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นกิจกรรมต้นแบบของศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนา 364 วันรับ 1 วันให้ ศรัทธาแห่งชีวิต จิตวิญญาณ ด้วยย่างก้าวสู่ความเป็นเมืองมรดกโลก พร้อมรณรงค์นุ่งผ้าถุง คาดผ้าซัก
เมืองนครศรีธรรมราช มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เป็นตำนานเกี่ยวโยงกับพุทธศาสนา ที่หยั่งรากลึกในแผ่นดินสยามและมาลายู  ประเพณีให้ทานไฟเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของชาวนครศรี ธรรมราช  ถือเป็นการฟื้นฟูและส่งเสริมประเพณีที่มีชีวิตเชื่อมโยงด้วยความศรัทธา จากรุ่นสู่รุ่น  โดยถือปฎิบัติมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นการถวายความอบอุ่นด้วยการก่อกองไฟและปรุงอาหารร้อน ๆ และมีการทำขนมพื้นบ้านง่าย ๆ ที่ทำเสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว ได้แก่ ขนมเบื้อง ขนมครก ขนมกรอก ขนมจู่จุน กล้วยแขก ข้าวเหนียวกวน ขนมกรุบ ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น แล้วนำมาถวายพระภิกษุสงฆ์ในตอนเช้าที่มีอากาศหนาวเย็น โดยมีกำหนดการดังนี้
31 ธันวาคม 2554
21.00 น. -  เจริญจิตภาวนาบูชาพระธาตุ ณ วิหารหลวง วัดพระธาตุวรมหาวิหาร
1 มกราคม 255504.00 น. - เริ่มก่อกองไฟ ณ ลานข้างพระพุทธบาทจำลอง
05.30 น. - พิธีให้ทานไฟ
06.00 น. – ทำบุญตักบาตรปีใหม่ ณ บริเวณหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ผู้อำนวยการกล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อร่วมใจกันฟื้นฟูงานบุญปีใหม่ให้ทานไฟเมืองนคร จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบุญโดยการ “หาฟืนเข้าวัด” ตลอดถึงการมีส่วนร่วมกันทำขนมกับคนใจบุญ เรียกว่า ร่วมเป็น ภัตกรณ์ โดยนิมนต์พระ 55 รูป ต้อนรับศักราชใหม่ 2555  และมีผู้ทำขนมจำนวนมากกว่า 100 ราย พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ อิ่มบุญ อิ่มใจ ในงานเทศกาลบุญปีใหม่ ให้ทานไฟเมืองนคร ณ เมืองมงคล คนทำดี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช
โทร.0 7534 6515 6
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร.0 7531 7091, 08 1956 4666

งานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2555 กรุงเทพมหานคร

- กิจกรรมประดับตกแต่งไฟฟ้า : วันที่ 1 ธันวาคม 2554 - 1 มกราคม 2555 ย่านเพลินจิต - ราชประสงค์ - ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
- กิจกรรมนับถอยหลัง ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2554 - 1 มกราคม 2555 ย่านราชประสงค์ ในเขตกรุงเทพมหานคร
- การแสดงดนตรีและกิจกรรมบันเทิงต่างๆ /การแสดงแสง เสียง สื่อผสม / การนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล 9 พระอารามหลวง
- วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
- วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
- วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
- วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
- วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
- วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
- วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
- วัดบวรนิเวศวิหาร
- วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
http://www.9wat.net/
สอบถามรายละเอียดTAT Call Center 1672
ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย